We are friends.

นี่คือของขวัญทั้งหมดที่ได้ในวันรับปริญญา
อันที่ประทับใจสุดคงเป็นดอกไม้จากอา
เพราะว่ามันสวยมาก แล้วเราก็ไม่เคยได้ดอกไม้ช่อสวยขนาดนี้มาก่อน
อันที่ชอบสุด คือ เฟอร์เรโร่
ไม่ต้องถามเหตุผลเลย
เพราะมันคือของกินนั่นเอง ฮ่าๆๆๆ
ก็เป็นของที่พูดมาตลอดนั่นแหละว่าวันรับปริญญาเนี่ย อยากได้จังเลย
ดังนั้นคนที่ได้ฟังบ่อยๆ ก็จำเป็นจะต้องซื้อให้ เป็นภาคบังคับ ฮ่าๆ
ส่วนที่เซอร์ไพรส์สุด เป็นตุ๊กตาคิดตี้ตัวยักษ์
ตอนแรกรู้แล้วว่าจะได้ตุ๊กตา เพราะแอบได้ยิน ฮ่า...
แต่พอเห็นตัวจริงแล้ว เฮ้ย ตัวใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ
ตอนนี้ก็เลยวางไว้บนเตียง แล้วเอาตัวเองไปเบียดพี่อ้อยอีกต่อ หึหึ
ความจริงของขวัญก็ชอบทุกชิ้น
แค่มาก็ดีใจมากแล้ว นี่มีของติดมือมาให้ นี่ยิ่งรู้สึกปลาบปลื้มมาก
มีของที่แพงสุดอยู่นอกรอบด้วย
ขอบคุณสาวน้อยสุดสวยด้วยนะจ๊ะ
 
วันนี้ไปโดนสัมภาษณ์ทำวิทยานิพนธ์ให้พี่ทีมงาน FL
หัวข้อประมาณ "วัฒนธรรมแฟนคลับนักร้องป๊อบ" ทำนองนั้น
เฮฮาปาจิงโกะมากเลยอ่ะ คงเพราะพี่เค้าคุยสนุกด้วยมั้ง
มีความคิดเห็นตรงกันอย่างมากเรื่องนึงว่า
การที่มาตามน้อง แล้วได้อยู่ร่วมกันกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แฟนคลับด้วยกัน
ถือเป็นความสุขอย่างนึงที่สำคัญมาก นอกเหนือจากการได้อะไรดีๆจากกอล์ฟไมค์
เราเองถ้าเจอปัญหาเรื่องแฟนคลับบางทีก็เบื่อจนไม่อยากมาก็มีนะ
แต่กับคนที่สนิทเนี่ย แค่คิดว่า มาตามน้องด้วยกัน คุยกัน กรี๊ดน้องด้วยกัน
แค่นี้มันก็รู้สึกอยากจะมาแล้ว
ต่อให้มานั่งที่ตึกเฉยๆ ไม่มีอะไรทำ มันก็อยากจะมา
ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะเจอคนที่อยู่ด้วยกันได้จริงๆ
ตอนแรกเรากับพี่อ้อยก็ไม่ได้คิดว่าจะเปิดใจรับใคร
ไม่ใช่ว่าตัวเองเลิศเลอมาจากไหนหรอกนะ
เพียงแต่คิดว่าอยู่กันสองคนก็ดีแล้วนี่ ไม่อยากสุงสิงกับใคร
แต่พอลองเปิดมุมมอง เปิดหัวใจให้กับคนรอบๆตัวดูบ้าง
ก็ได้พบว่า ยังมีคนที่พร้อมจะร่วมทางเดินไปกับเราอย่างไม่มีข้อแม้อีกหลายคน
คนที่ไม่หวังผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน
คนที่ยอมรับความเป็นตัวตนของเราได้
คนที่เข้าใจว่าอะไรที่เราพูดได้หรือพูดไม่ได้
คนที่ไม่คอยจับผิด ถามหาที่มาข้อมูล หรือถามเหตุผลในสิ่งที่เราทำ
คนที่แค่เชื่อในตัวเรา จริงใจ และมองเราในแง่บวกเสมอ
ดูเหมือนจะเงื่อนไขเยอะ แต่เราก็เจอคนเหล่านี้นะ
คนที่ตามกอล์ฟไมค์กับเรา ก็เป็นแบบที่ว่าทั้งนั้น
ตอนนี้ก็แฮปปี้ดี
ถึงจะอยากให้ไปไหนแล้วมีหมูไปด้วยเหมือนแต่ก่อน
แต่ก็ใช่ว่าจะบังคับใจให้เพื่อนทำในสิ่งที่ทำแล้วไม่มีความสุขได้
เพื่อนก็ต้องเข้าใจ และเคารพในการตัดสินใจของเพื่อน ถูกมั้ย
 
นอกจากนั้น ก็คุยกันเรื่องความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวน้อง
คือ แบบว่า เหมือนในดูหนังฉายย้อนหลัง
ได้รำลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ มันก็จะเกือบจะสองปีแล้วนี่หว่า
ผ่านปัญหามาเยอะเหมือนกันนะ
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมั่นคงกับน้องไปได้อีกนานแค่ไหน
บอกตรงๆ จุดที่รู้สึกเจ็บปวดกับน้องมันก็มี แล้วแก้ไม่หายด้วย
แต่ก็พยายามเอาเรื่องดีๆมากลบมันไว้
พอเรื่องดีๆมันจางก็เป็นต้องเจ็บอีกระลอกทู้กที
เอาเหอะ...
เราหวังว่าน้องจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในเร็ววันนะ
 
 
ป.ล. "เจอ" ไม่ได้ทำให้หายคิดถึง
ถ้าไม่ได้เจอในฐานะแฟนคลับกับศิลปิน
 
 


เม้นต์ง่ายมะ